“ไม่ใช่นักกีฬาก็เสี่ยง! แพทย์เตือน ‘เอ็นอักเสบ-เอ็นเสื่อม-เอ็นฉีก’ จากพฤติกรรมใช้ร่างกายซ้ำๆ”

ปัญหาอาการปวดจากเส้นเอ็นกำลังกลายเป็นอีกหนึ่งปัญหาสุขภาพที่พบได้บ่อยในคนทุกวัย ไม่เฉพาะนักกีฬาหรือผู้ที่ออกกำลังกายหนักเท่านั้น โดยเฉพาะกลุ่มคนทำงานที่ใช้ร่างกายซ้ำ ๆ ผู้ที่ต้องยกของเป็นประจำ รวมถึงผู้สูงอายุที่มีความเสื่อมของร่างกายตามวัย ซึ่งล้วนมีความเสี่ยงเกิดภาวะเอ็นอักเสบ เอ็นเสื่อม หรือเอ็นฉีกได้ หากละเลยอาการปวดเรื้อรังอาจส่งผลต่อการเคลื่อนไหวและคุณภาพชีวิตในระยะยาว

นพ.วสพล ศุภกิจจานุสันติ์ แพทย์เฉพาะทางกระดูกและข้อ โรงพยาบาลเอส เฉพาะทางกระดูกสันหลังและข้อ กล่าวว่า เส้นเอ็น (Tendon) เป็นเนื้อเยื่อสำคัญที่ทำหน้าที่เชื่อมระหว่างกล้ามเนื้อกับกระดูก ช่วยถ่ายทอดแรงเพื่อให้ร่างกายเคลื่อนไหวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นการเดินวิ่ง ยกของ หรือทำกิจกรรมในชีวิตประจำวัน อย่างไรก็ตาม เมื่อเส้นเอ็นถูกใช้งานหนักใช้งานซ้ำ ๆ ต่อเนื่องเป็นเวลานาน หรือได้รับแรงกระชากอย่างเฉียบพลัน อาจนำไปสู่การบาดเจ็บได้หลายรูปแบบ ตั้งแต่เอ็นอักเสบ เอ็นเสื่อม ไปจนถึงเอ็นฉีกขาด ซึ่งแต่ละภาวะมีความรุนแรงและแนวทางการรักษาที่แตกต่างกัน

สำหรับ “เอ็นอักเสบ” หรือ Tendinitis มักเกิดจากการใช้งานเส้นเอ็นซ้ำ ๆ จนเกิดการระคายเคืองและอักเสบ ผู้ป่วยจะมีอาการปวดขณะใช้งาน กดเจ็บ รู้สึกตึงหรือฝืดบริเวณข้อ โดยอาการมักดีขึ้นเมื่อพัก แต่กลับมาเป็นซ้ำเมื่อใช้งานต่อเนื่อง ขณะที่ “เอ็นเสื่อม” หรือ Tendinopathy เป็นภาวะที่เกิดจากการบาดเจ็บสะสมเป็นเวลานาน ส่งผลให้โครงสร้างภายในของเส้นเอ็นเปลี่ยนแปลงและอ่อนแอลง ผู้ป่วยมักมีอาการปวดเรื้อรังหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน เจ็บมากในช่วงเริ่มขยับร่างกายหลังพัก และมีความเสี่ยงต่อการฉีกขาดของเส้นเอ็นเพิ่มขึ้น ส่วน “เอ็นฉีก” หรือ Tendon Tear เกิดจากแรงดึงหรือแรงกระชากที่รุนแรงเกินกว่าที่เส้นเอ็นจะรับได้ ส่งผลให้เกิดการฉีกขาดบางส่วนหรือทั้งหมด ผู้ป่วยมักมีอาการปวดเฉียบพลันทันที หลังบาดเจ็บอาจมีเสียงดังผิดปกติ ร่วมกับอาการบวม ช้ำ และไม่สามารถใช้งานอวัยวะส่วนนั้นได้ตามปกติ

นพ.วสพล ระบุว่า แม้ปัญหาเส้นเอ็นจะพบได้บ่อยในนักกีฬา แต่ในปัจจุบันกลับพบผู้ป่วยในกลุ่มคนทำงานและประชาชนทั่วไปเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่ใช้คอมพิวเตอร์และเมาส์เป็นเวลานาน แม่บ้าน ผู้ใช้แรงงาน ผู้ที่มีน้ำหนักตัวมาก รวมถึงกลุ่มที่ออกกำลังกายเฉพาะวันหยุด หรือกลับมาออกกำลังกายหนักหลังหยุดพักเป็นเวลานาน ทั้งนี้ ตำแหน่งที่พบการบาดเจ็บของเส้นเอ็นได้บ่อย ได้แก่ เอ็นร้อยหวาย เอ็นหัวไหล่ เอ็นข้อศอก เอ็นรอบหัวเข่า และเอ็นข้อเท้า ซึ่งล้วนส่งผลต่อการเคลื่อนไหวและการใช้ชีวิตประจำวันหากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม

แพทย์แนะนำว่าหากมีอาการปวดเส้นเอ็นต่อเนื่องนานกว่า 1-2 สัปดาห์ ปวดซ้ำหลังใช้งาน มีอาการบวม ช้ำ ขยับข้อได้ลดลง หรือรู้สึกข้อไม่มั่นคง ควรเข้ารับการประเมินจากแพทย์เฉพาะทางโดยเร็ว เนื่องจากอาการเอ็นอักเสบ เอ็นเสื่อม และเอ็นฉีกบางส่วนอาจมีลักษณะใกล้เคียงกัน แต่ต้องใช้แนวทางการรักษาที่แตกต่างกันการวินิจฉัยจะอาศัยการซักประวัติ ตรวจร่างกาย และอาจใช้การตรวจเพิ่มเติม เช่น เอกซเรย์ อัลตราซาวนด์ หรือ MRI เพื่อประเมินความเสียหายของเส้นเอ็นและโครงสร้างโดยรอบ ก่อนวางแผนการรักษาที่เหมาะสมตามระดับความรุนแรงของโรค

“การเข้ารับการประเมินตั้งแต่ระยะแรก จะช่วยให้ได้รับการรักษาที่ตรงจุด ลดความเสี่ยงของอาการเรื้อรัง และเพิ่มโอกาสกลับมาใช้ชีวิตประจำวันหรือออกกำลังกายได้อย่างมั่นใจ” นพ.วสพล กล่าว


LATEST ARTICLES
TOP Share
Social