3 สตาร์ทอัพรุ่นใหม่ ผนึกกำลังสร้างคลาส AI จากประสบการณ์บริษัทชั้นนำระดับโลก ยกระดับศักยภาพคนไทยตั้งแต่ห้องเรียนสู่ภาคธุรกิจ

เทคโนโลยีก้าวไปอย่างรวดเร็ว นวัตกรรมกำลังเข้ามาพลิกโฉมทุกอุตสาหกรรมและระบบการทำงานทั้งหมด การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของ AI กำลังเปลี่ยนวิธีที่เราสร้างสรรค์สิ่งต่าง ๆ วิศวกรระดับจูเนียร์ หรือเจ้าของธุรกิจที่ไม่ยอมปรับตัว จะถูกทิ้งไว้ข้างหลังอย่างรวดเร็ว

ผู้ร่วมก่อตั้งทั้งสามจึงได้รวมกลุ่มกันจากผู้นำทางการศึกษา และวิศวกรอาวุโสจาก Silicon Valley ด้วยประสบการณ์ทำงานมากกว่า10 ปี ในบริษัทระดับโลกอย่าง Amazon, Meta, Google, Databricks และ Robinhood Markets ระบบที่พวกเขาเคยสร้างและดูแลรองรับผู้ใช้ตั้งแต่หลักล้านจนถึงพันล้านคนทั่วโลก วันนี้พวกเขากลับมาเพื่อส่งต่อวิชาเดียวกันนี้ให้คนไทย

มาร์ช-ไกรรัตน์ ไกรรัตน์ ไมรินทร์ หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงนี้ด้วยตัวเองที่สตาร์ทอัพใน Silicon Valley การนำ AI มาใช้ช่วยลดเวลาในการออกสู่ตลาดลงถึง 5 เท่า และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้มากถึง 20 เท่า ในขณะที่พนักงานที่ไม่สามารถปรับตัวตามได้ทันก็ต้องถูกคัดออกไป

ที่ผ่านมา ธุรกิจส่วนใหญ่ต้องคอยเช่าซอฟต์แวร์สำเร็จรูป จ่ายรายเดือน แถมยังต้องฝืนปรับการทำงานของทีมให้เข้ากับโปรแกรม แต่ AI พลิกเกมนี้ไปแล้วครับ วันนี้คุณสามารถสร้างแอปที่ตอบโจทย์ธุรกิจได้ ในเวลาแค่ไม่กี่วันคุณจะได้เป็นเจ้าของและควบคุมระบบทุกอย่างด้วยตัวเอง และนี่คือทักษะที่เราจะสอน

เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงนี้ SV Academy จึงได้ถูกก่อตั้งขึ้น โดยผู้ร่วมก่อตั้งสามคน ได้แก่ พรหม ปาลเดชพงศ์ นักการศึกษารุ่นใหม่ และสองวิศวกรจาก Silicon Valley อย่าง มาร์ช-ไกรรัตน์ ไมรินทร์ และ ชาลี พิสุราช โดยมีโรงเรียนเลิศหล้าเป็นพันธมิตรรายแรก ที่เปิดรับและร่วมนำร่องโครงการนี้เป็นครั้งแรกในประเทศไทย ผ่านการเริ่มต้นสอนเด็กอายุ 10 ถึง 15 ปี

มาทำความรู้จัก 3 ผู้ร่วมก่อตั้งผู้ที่อยู่เบื้องหลังการขับเคลื่อน SV Academy เริ่มกันที่

พรหม ปาลเดชพงศ์ (Prom Parndejpong)

“แอปที่ดีไม่ใช่แค่โค้ดแต่คือหน้าตา ความรู้สึก และวิธีที่คนใช้งานมันครับ”

นักออกแบบและนักการศึกษารุ่นที่สองผู้เติบโตมาท่ามกลางโรงเรียนเลิศหล้า โรงเรียนสองภาษาที่ครอบครัวก่อตั้งขึ้น จบการศึกษาระดับปริญญาตรีสาขา Graphic Communication & Design จาก University of Sunderland สหราชอาณาจักร ปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาและนวัตกรรมของโรงเรียนเลิศหล้า ในโครงการ SV Academy นี้ พรหมเป็นผู้ดูแลงานดีไซน์และประสบการณ์การเรียนรู้ทั้งหมด รวมถึงทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมทางวัฒนธรรมและกลยุทธ์ระหว่างวิศวกรจาก Silicon Valley กับผู้ปกครองและเด็ก ๆ ในประเทศไทยอย่างอบอุ่น

ไกรรัตน์ ไมรินทร์ หรือ มาร์ช (March Mairin)

“ภารกิจของเราคือการลดช่องว่างระหว่าง Silicon Valley และประเทศไทยจนกระทั่งไม่มีช่องว่างนั้นเหลืออยู่”

อดีตเด็กเชียงใหม่สู่การเป็น Senior Software Engineer ระดับแนวหน้าใน Silicon Valley มาร์ชจบการศึกษาจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และคว้าปริญญาโทสาขา Bioengineering Innovation & Design จาก Johns Hopkins University ด้วยความหลงใหลในการสร้าง Product เขาฝึกฝนการเขียนโค้ดด้วยตนเองจนได้ร่วมทีมพัฒนา AI รุ่นบุกเบิก อย่าง Alexa ของ Amazon.com และสั่งสมประสบการณ์กว่า 10 ปีในบริษัทไอทีชั้นนำ อย่าง Databricks, Uniswap และ Magic Eden วันนี้เขากำลังนำ Playbook และระบบนิเวศเทคโนโลยีระดับโลก กลับมาขับเคลื่อนและยกระดับขีดความสามารถของแรงงานไทยรุ่นใหม่ ตั้งแต่ในห้องเรียนจนถึงภาคอุตสาหกรรม

ชาลี พิสุราช (Charlie Pisuraj)

“ความสำเร็จที่แท้จริงวัดจากสิ่งที่คุณสามารถส่งมอบได้ ในยุคที่ความรู้มีราคาถูกลง ทุกคนสามารถทำได้ หากมีเครื่องมือที่ถูกต้องอยู่ในมือ”

แกนหลักทางด้านเทคนิค (Technical backbone) ของ SV Academy ชาลีสำเร็จการศึกษาด้านวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ (Computer Engineering) จาก UC Irvine สหรัฐอเมริกา เขาเป็นวิศวกรผู้เชี่ยวชาญเชิงลึกด้านโครงสร้างพื้นฐานทางเทคนิค (Technical Infrastructure) ที่เคยฝากผลงานการดูแลระบบหลังบ้านให้กับบริษัทยักษ์ใหญ่ที่รองรับผู้ใช้ระดับหลายพันล้านคนมาแล้วมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Meta (Facebook), Wing (บริษัทโดรนภายใต้ Google X) รวมถึง Robinhood Markets ชาลีจะเข้ามาเติมเต็มในส่วนการสอนเครื่องมือและการออกแบบระบบ (System Design) ที่ผ่านการใช้งานจริงในอุตสาหกรรม เพื่อให้องค์กรไทยสามารถสร้างซอฟต์แวร์ที่มีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และพร้อมรองรับการขยายตัวในอนาคต

SV Academy คือผู้สร้างระบบนิเวศทางเทคโนโลยีที่มุ่งสร้างบุคลากรคุณภาพ ตั้งแต่ระดับเยาวชนไปจนถึงผู้บริหารและเจ้าของธุรกิจ สถาบันช่วยป้อนบุคลากรเข้าสู่องค์กรยุคใหม่ และติดอาวุธให้ผู้ประกอบการสร้างซอฟต์แวร์ของตัวเองและนำไปใช้งานได้จริงในธุรกิจของตัวเอง

เพื่อตอบสนองวิสัยทัศน์นี้ทางสถาบันได้ออกแบบหลักสูตรที่ครอบคลุม:

SV Academy Junior:

สถาบันได้เริ่มจากคลาสเรียนของเด็กอายุ 10 ถึง 15 ปี ซึ่งเป็นรากฐานที่สำคัญของประเทศ หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งได้กล่าวไว้ว่า “ถ้าเราสามารถสอนเด็ก 10 ขวบ ให้สร้างแอปเป็นของตัวเองได้ แน่นอนเราก็จะสามารถสอนคนทุกช่วงอายุให้สามารถทำได้” โดยรุ่นที่ 1 ได้เริ่มตั้งแต่วันที่ 13 มิถุนายน และหลักสูตรรุ่นที่ 2 จะเริ่มในวันที่ 5 กันยายน เพื่อเปิดโอกาสให้เด็ก ๆ สร้างแอปพลิเคชันจากจินตนาการของตัวเอง และเปลี่ยนพวกเขาจากแค่ผู้ใช้งานทั่วไปให้กลายเป็นนักพัฒนานวัตกรรม

SV Academy Entrepreneurs and Business Owners:

จากบทพิสูจน์ของคลาส SV Academy Junior เราได้เห็นถึงความสำคัญทางภาคอุตสาหกรรม และอยากนำระบบนิเวศจาก Silicon Valley กลับมายังประเทศไทย เราจึงเปิดหลักสูตรเข้มข้นสำหรับผู้ประกอบการและเจ้าของธุรกิจ เริ่มคลาสแรกวันที่ 23 สิงหาคม โดยไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานการเขียนโปรแกรมมาก่อน หลักสูตรนี้จะช่วยให้ภาคอุตสาหกรรมและภาคธุรกิจมีนวัตกรรมใหม่ โดยไม่ต้องจ้างวิศวกรซอฟต์แวร์ หรือซื้อซอฟต์แวร์สำเร็จรูปจากต่างประเทศ เราจะสอนการนำ AI มาใช้และเขียนแอปพลิเคชันจริง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และสร้างช่องทางรายได้ใหม่แบบก้าวกระโดด

นอกจากนี้ เรายังมอบพิมพ์เขียวในการสร้างนวัตกรรม พร้อมเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญที่องค์กรสามารถดึงเข้ามาช่วยสนับสนุนได้ทันทีเมื่อโปรเจกต์หรือเป้าหมายธุรกิจขยายตัวจนเกินขีดความสามารถของทีมงานภายใน

ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูล หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

• Website: https://sv-academy.org/

• Instagram: siliconvalley.academy

• TikTok: @siliconvalley.academy


LATEST ARTICLES
TOP Share
Social